เชื่อว่าหลายคนที่เริ่มต้นขายของออนไลน์ คงเคยเจอปัญหาแบบเดียวกันใช่ไหมคะ? คือเรามีสินค้าดี มีลิงค์พร้อม แต่พอแชร์ไปแล้วกลับเงียบกริบ ไม่มียอดคลิก ไม่มียอดขาย หรือบางทีก็โดนมองข้ามไปเฉยๆ เหมือนกับเรากำลังตะโกนอยู่ในห้องที่ไม่มีคนฟัง 😅
วันนี้เราจะมาแชร์เทคนิคการแชร์ลิงค์ขายของแบบมืออาชีพ ที่ไม่ใช่แค่การก็อปปี้ลิงค์มาแปะทิ้งไว้ แต่เป็นวิธีที่ทำให้คนอยากรู้ อยากคลิก และอยากซื้อของเราจริงๆ โดยเฉพาะถ้าคุณใช้แพลตฟอร์มอย่าง millecollines.rw หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่คุณใช้ขายของอยู่
ทำไมการแชร์ลิงค์แบบตรงๆ ถึงไม่ได้ผล?
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของคนในโลกออนไลน์กันก่อนค่ะ ปัจจุบันคนเรามีข้อมูลข่าวสารมากมายมหาศาล ทุกวินาทีมีลิงค์นับร้อยนับพันถูกส่งผ่านหน้าจอของพวกเขา ดังนั้นถ้าคุณแค่ส่งลิงค์เปล่าๆ โดยไม่มีอะไรดึงดูด มันก็เหมือนกับเข็มที่ตกอยู่ในมหาสมุทร โอกาสที่จะมีคนคลิกนั้นน้อยมาก
สิ่งที่คนต้องการไม่ใช่แค่ลิงค์ แต่คือ คุณค่า และ ความน่าสนใจ ก่อนที่พวกเขาจะยอมเสียเวลาคลิกเข้าไปดู
Hình minh hoạ: MB665 เทคนิคแชร์ลิงค์ขายของให้คนแห่คลิก
1. สร้างเรื่องราวก่อนจะแปะลิงค์
อย่าเพิ่งรีบแปะลิงค์ทันที ให้คุณเล่าเรื่องของสินค้าก่อน เช่น “เราเพิ่งเจอของดีมาชิ้นนึงเลยอยากบอกต่อ มันช่วยแก้ปัญหาที่เราปวดหัวมานานมาก…” การเล่าเรื่องจะสร้างความอยากรู้และทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับคุณมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณขายครีมกันแดด อย่าแค่บอกว่า “ซื้อเลยที่นี่” แต่ลองบอกว่า “ร้อนขนาดนี้เพื่อนๆ ใช้ครีมกันแดดตัวไหนกันอยู่คะ? เราลองมาหลายตัวแล้วเพิ่งเจอตัวที่ใช่ ใช้แล้วไม่เหนอะหนะ กันแดดได้ดีด้วย” แล้วค่อยแปะลิงค์ทิ้งท้าย
2. ใช้ภาพประกอบที่น่าสนใจ
มนุษย์เราติดภาพมากกว่าตัวอักษรถึง 60,000 เท่า ดังนั้นการมีภาพสินค้าที่สวยงาม หรือง่ายๆ แค่ภาพหน้าจอที่แสดงถึงจุดเด่นของสินค้า ก็ช่วยเพิ่มอัตราการคลิกได้มหาศาล
ลองใช้ภาพก่อน-หลังใช้สินค้า ภาพเปรียบเทียบ หรือภาพที่มีคนใช้จริง เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นภาพว่าสินค้าของคุณจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร
3. เลือกเวลาที่เหมาะสม
การแชร์ลิงค์ในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่กำลังว่าง เช่น ช่วงเช้าหลังตื่นนอน (07:00-09:00 น.) ช่วงพักเที่ยง (12:00-13:00 น.) หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน (18:00-21:00 น.) จะทำให้ลิงค์ของคุณมีโอกาสถูกเห็นมากขึ้น
นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย ถ้าคุณขายของให้แม่บ้าน ช่วงเช้าอาจจะไม่ดีเท่าช่วงบ่ายที่ลูกๆ ไปโรงเรียนแล้ว
4. สร้างความเร่งด่วน
คนเรามักจะตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีข้อจำกัดด้านเวลา เช่น “เหลือแค่ 10 ชิ้นเท่านั้น” “ราคานี้ถึงวันนี้เท่านั้น” หรือ “โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะคนที่คลิกลิงค์นี้เท่านั้น” การสร้างความเร่งด่วนจะช่วยกระตุ้นให้คนคลิกและตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น
แต่ต้องระวังนะคะ อย่าใช้วิธีนี้บ่อยเกินไปเพราะจะเสียความน่าเชื่อถือ
5. ใช้ Call to Action (CTA) ที่ชัดเจน
อย่าแค่แปะลิงค์แล้วจบ แต่ควรบอกให้ชัดเจนว่าอยากให้คนทำอะไรต่อ เช่น “คลิกเลยเพื่อรับส่วนลด” “กดดูสินค้าตัวนี้ด่วน” หรือ “แอดไลน์มาเลยวันนี้มีโปรพิเศษ”
ยิ่ง CTA ของคุณชัดเจนและน่าสนใจมากเท่าไหร่ โอกาสที่คนจะคลิกก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างการแชร์ลิงค์แบบมืออาชีพ
สมมติว่าคุณมีเว็บไซต์ขายของที่ millecollines.rw และกำลังจะโปรโมทสินค้าชิ้นใหม่ ลองดูตัวอย่างนี้ค่ะ:
“เพื่อนๆ คะ ช่วงนี้อากาศร้อนมาก เราหาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบาย ไม่อับชื้น อยู่หลายวันมาก เพิ่งไปเจอเว็บนี้มา millecollines.rw มีเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดี ราคาไม่แพง ใส่แล้วเย็นสบายจริงๆ แถมตอนนี้มีโปรส่งฟรีด้วยนะคะ ใครสนใจคลิกเลย 👇”
เห็นไหมคะว่าแค่เพิ่มคำนำสักหน่อยก็ทำให้ลิงค์ดูน่าสนใจขึ้นมากแล้ว
เคล็ดลับพิเศษ: ใช้แพลตฟอร์มให้เป็นประโยชน์
แต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมผู้ใช้ที่แตกต่างกัน การแชร์ลิงค์ใน Facebook ก็ไม่เหมือนกับใน Instagram หรือ TikTok ดังนั้นคุณควรปรับวิธีการให้เหมาะสมกับแต่ละที่
- Facebook: เน้นการเล่าเรื่องยาวๆ และใช้ภาพประกอบ
- Instagram: ใช้ภาพสวยๆ และใส่ลิงค์ใน Bio หรือ Story
- TikTok: ทำคลิปสั้นๆ โชว์สินค้าแล้วใส่ลิงค์ใน Bio
- Line หรือ Messenger: ส่งลิงค์แบบส่วนตัวพร้อมข้อความที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง
อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจคือการแชร์ลิงค์ในกลุ่มที่มีคนสนใจสินค้าประเภทเดียวกัน เช่น ถ้าคุณขายของเล่นเด็ก ก็ควรไปแชร์ในกลุ่มแม่บ้าน หรือถ้าคุณขายอุปกรณ์ไอที ก็ควรไปแชร์ในกลุ่มคนรักเทคโนโลยี เป็นต้น
ข้อควรระวังในการแชร์ลิงค์
ถึงแม้ว่าการแชร์ลิงค์จะเป็นเรื่องง่าย แต่ก็มีข้อควรระวังที่สำคัญค่ะ:
- อย่าแชร์บ่อยเกินไป: การแชร์ลิงค์เดิมซ้ำๆ ทุกวันจะทำให้คนรำคาญและอาจบล็อคคุณได้
- อย่าแชร์ในที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง: การไปแชร์ลิงค์ขายของในกลุ่มที่เขาคุยเรื่องอื่นจะทำให้คุณดูไม่เหมาะสม
- ตรวจสอบลิงค์ทุกครั้ง: ให้แน่ใจว่าลิงค์ที่คุณแชร์ใช้งานได้จริง ไม่พาไปหน้า error
- ใช้ลิงค์ที่สั้นและจำง่าย: ถ้าเป็นไปได้ ใช้บริการย่อลิงค์เพื่อให้ลิงค์ดูสะอาดตาและน่าคลิกมากขึ้น
สร้างความน่าเชื่อถือให้กับลิงค์ของคุณ
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความน่าเชื่อถือ ถ้าคุณเป็นร้านใหม่ที่เพิ่งเปิด คนอาจจะยังไม่กล้าคลิกลิงค์ของคุณ ดังนั้นคุณควรสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีต่างๆ เช่น:
- มีรีวิวจากลูกค้าจริง
- แสดงข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน
- มีนโยบายการคืนเงินหรือรับประกันสินค้า
- ใช้รูปภาพจริง ไม่ใช่รูปจาก Google
ยิ่งคุณมีความน่าเชื่อถือมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งกล้าคลิกลิงค์และกล้าซื้อสินค้าจากคุณมากขึ้นเท่านั้น
เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับมือโปร
สำหรับคนที่อยากเพิ่มยอดคลิกให้มากขึ้น ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดูนะคะ:
ใช้ A/B Testing: ลองเปลี่ยนข้อความ รูปภาพ หรือเวลาที่แชร์ แล้วดูว่าแบบไหนได้ผลดีกว่ากัน
ใช้ UTM Parameters: ถ้าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง การใช้ UTM จะช่วยให้คุณรู้ได้ว่าแพลตฟอร์มไหนที่คนคลิกเข้ามามากที่สุด
สร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า: นอกจากแชร์ลิงค์ขายของแล้ว ลองแชร์ความรู้หรือเคล็ดลับที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณดูบ้าง คนจะมองว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญและเชื่อถือมากขึ้น
อีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพในการแชร์ลิงค์ คือการใช้แพลตฟอร์มที่ช่วยจัดการลิงค์และติดตามผล ซึ่งบางแพลตฟอร์มก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณเห็นว่าลิงค์ไหนมีคนคลิกมากที่สุด หรือลิงค์ไหนที่ควรปรับปรุง MB66 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือช่วยในการทำการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจ
สรุปสั้นๆ ก่อนจากกัน
การแชร์ลิงค์ขายของให้ได้ผล ไม่ใช่แค่การก็อปปี้ลิงค์มาแปะแล้วหวังให้คนคลิก แต่คุณต้องสร้างคุณค่าให้กับลิงค์นั้นก่อน ด้วยการเล่าเรื่อง ใช้ภาพที่น่าสนใจ เลือกเวลาให้เหมาะสม สร้างความเร่งด่วน และมี CTA ที่ชัดเจน
ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความจริงใจและใส่ใจในรายละเอียด เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนซื้อไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่พวกเขาซื้อความไว้ใจและความรู้สึกดีๆ ที่คุณมอบให้ด้วย 💪
แล้วคุณล่ะคะ มีเทคนิคเด็ดๆ ในการแชร์ลิงค์ขายของที่ใช้แล้วได้ผลบ้าง? มาแชร์กันหน่อยสิคะ เราอยากรู้มากเลย! 😊
